| นำกระดูก "วาฬ"ตาย จัดระลึก!
นำกระดูก "วาฬหัวทุยแคระ" เหยื่อขยะพลาสติก จัดแสดงให้ความรู้ถึงประวัติความเป็นมา สาเหตุการตายให้ประชาชนตระหนักถึงพิษภัยของขยะที่ถูกทิ้งลงทะเล พร้อมทั้งตั้งชื่อ"ยะหยา" เป็นที่ระลึก ชี้เป็นบทเรียนแม้เป็นสัตว์อยู่ท้องทะเลลึกแต่ได้รับผลกระทบจากน้ำมือมนุษย์ ขณะที่สัตวแพทย์ชี้ นอกจากวาฬยังมี"เต่าทะเล" ตกเป็นเหยื่อ ใน 1 ปีมาเกยตื้นตาย 20-30 ตัวครึ่งหนึ่งกินพลาสติก เพราะเข้าใจว่าเป็นแมงกะพรุนก่อนตายจะเจ็บปวดทรมานมาก กระเพาะไม่ย่อย อ้วก หมดแรงกระทั่งตาย
จากเหตุการณ์สลด "วาฬหัวทุยแคระ" เพศเมีย ลำตัวยาวกว่า 2 เมตรหนักเกือบร้อยกิโลฯ ว่ายมาเกยตื้นที่ชายหาดป่าตอง จ.ภูเก็ตตรวจสอบเบื้องต้นมีบาดแผลเต็มตัว อยู่ในสภาพใกล้ตายสัตวแพทย์ฉีดยากันช็อกระหว่างเคลื่อนย้ายไปรักษาแต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ ตายระหว่างทางเมื่อผ่าท้องและกระเพาะถึงกับผงะ มีขยะพลาสติกเต็มท้องคาดเป็นสาเหตุทำให้ไม่ย่อยและขับถ่ายระบายออกมาไม่ได้ทางนักวิชาการด้านทรัพยากรทางทะเลวอนนักท่องเที่ยวอย่าทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลหวั่นวาฬและสัตว์น้ำอื่นกินตายอีก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นางนิศากร โฆษิตรัตน์อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าที่ผ่านมากรมทรัพยากรทางทะเลพยายามรณรงค์ให้ประชาชนใส่ใจและดูแลทะเลโดยไม่ทิ้งขยะลงทะเล นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมเก็บขยะในทะเลอยู่เสมอ แต่ก็ไม่เพียงพอเพราะท้องทะเลกว้างใหญ่มากจากกรณีของวาฬหัวทุยแคระน่าจะบ่งบอกได้ว่าปัจจุบันขยะไม่ได้มีอยู่แค่ชายฝั่งเท่านั้น แต่ลุกลามออกไปไกลในท้องทะเลลึกเพราะปกติวาฬจะไม่ว่ายเข้ามาใกล้ฝั่ง อยู่ในท้องทะเลที่ไกลออกไป
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวต่อว่ากรณีนี้จึงน่าเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกฝ่ายหันมาช่วยกันรณรงค์ดูแลท้องทะเลมากขึ้นเพราะขณะนี้ไม่เพียงแต่สิ่งที่เกิดจากพฤติกรรมมนุษย์เท่านั้นแต่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ก็ทำให้สภาพท้องทะเลเปลี่ยนไปส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของสัตว์ทะเลด้วยดังนั้นสิ่งที่ต้องช่วยกันคือพยายามดูแลรักษาท้องทะเลอย่างดีที่สุดไม่ทำลายด้วยการทิ้งขยะลงไป แม้จะเป็นชิ้นเล็กๆ ก็ส่งผลกระทบได้เช่นกันนอกจากนี้ ในวันที่ 8 มิ.ย. เป็นวันทะเลโลก หรือ World Ocean dayการตายของวาฬหัวทุยแคระน่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ตระหนักและช่วยกันดูแลทรัพยากรทางทะเลให้มากขึ้น
ด้าน น.สพ.สนธยามานะวัฒนา สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ชันสูตรซากวาฬที่ตายเรียบร้อยแล้วพบว่าสาเหตุน่าจะมาจากภาวะอุดตันของกระเพาะอาหารที่มีเศษขยะพลาสติกเข้าไปอุดตันจำนวนมาก ทำให้กระเพาะอักเสบ เป็นแผลหลุมและปื้นเลือดออกกระจายทั่วกระเพาะ นอกจากนี้ยังพบภาวะท้องผูกบริเวณลำไส้เล็กส่วนท้าย บ่งชี้ถึงสภาวะขาดสารน้ำคาดว่าเกิดจากการไม่ได้กินอาหารมาระยะเวลาหนึ่งรวมทั้งพบภาวะติดเชื้อเป็นหนองในมดลูก ม้ามมีลักษณะหดตัวเล็กน้อยบ่งชี้ถึงการเสียเลือด เกิดจากแผลจำนวนมากในร่างกายโดยภาวะทั้งหมดทำให้ร่างกายอ่อนแอ ขาดสารอาหาร และช็อกจากความ เจ็บปวด
น.สพ.สนธยากล่าวต่อว่าก่อนหน้านี้เคยพบสัตว์หลายชนิดที่ต้องตายเพราะกินถุงพลาสติกเข้าไปโดยเฉพาะพวกเต่าทะเล พบมาก ปีหนึ่งๆ จะมีเต่าเกยตื้นตาย 20-30 ตัวครึ่งหนึ่งตายหรือพิการ เพราะติดเศษอวนของชาวประมงแต่อีกครึ่งหนึ่งตายเพราะกินถุงพลาสติกเข้าไปเนื่องจากมันเข้าใจว่าเป็นพวกแมง กะพรุนถ้าหากสัตวแพทย์พบเร็วก็อาจจะช่วยชีวิตไว้ได้แต่หากนานโอกาสมีชีวิตเหลือน้อย ที่พบส่วนใหญ่จะอยู่ในขั้นโคม่าแล้วเนื่องจากสัตว์จะไม่เข้ามาใกล้ชายฝั่ง หรือมนุษย์จนกระทั่งไม่ไหวแล้วเท่านั้นจึงถูกคลื่นซัดเข้ามาหากสัตว์ทะเลหรือสัตว์ต่างๆ กินพลาสติกเข้าไปจะเจ็บปวดและทรมานมากเพราะกระเพาะไม่สามารถย่อยได้ จะทำให้ปวดท้องรุนแรง กินอาหารอื่นไม่ได้อ้วกออกมาหมด ทำให้หมดแรงและตายในที่สุด
ส่วน น.ส.กาญจนาอดุลยานุโกศล นักวิชาการกลุ่มสัตว์ทะเลหายากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน (ภูเก็ต)กล่าวว่า หลังจากชันสูตรซากวาฬแล้วทางสถาบันจะนำซากกระดูกของวาฬตัวนี้มาจัดเป็นมุมให้ความรู้อยู่ในบริเวณสถาบัน พร้อมทั้งประวัติ ความเป็นมาและสาเหตุของการตายทั้งหมดเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนถึงพิษภัยของขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งลงทะเลรวมทั้งสร้างความตระหนักให้ประชาชน เพื่อช่วยกันดูแลท้องทะเลไม่ทิ้งขยะลงไปสร้างความสกปรกให้ท้องทะเล และยังทำให้สัตว์ทะเลหายากและสัตว์ทะเลอื่นๆ มีโอกาสตายจากการกินขยะเหล่านี้ด้วย
นักวิชาการกลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ กล่าวต่อว่านอกจากนี้ยังตั้งชื่อให้วาฬหัวทุยแคระเพศเมียตัวนี้ว่า ยะหยาหมายถึงชุดท้องถิ่นของสตรีชาวภูเก็ต เพื่อเป็นที่ระลึกว่ามันได้มาตายที่ชายหาดป่าตอง ภูเก็ต และยังเป็นบทเรียนให้แก่มนุษย์เห็นว่าสัตว์ทะเลแม้อยู่ในท้องทะเลลึกก็อาจจะได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากผลงานของมนุษย์ได้เช่นกันอีกทั้งมันยังช่วยสร้างกระแสให้คนตื่นตัวในการให้ความสำคัญรักษาธรรมชาติมากขึ้นหวังว่าเมื่อเอ่ยชื่อยะหยาก็จะทำให้ทุกคนตระหนักไม่ทิ้งขยะลงในท้องทะเลหรือช่วยกันเก็บขยะขึ้นจากทะเลมากขึ้นอีกด้วย
**** นพส.ข่าวสด
|