เพิ่มหัวข้อใหม่
สั่งพิมพ์

ฝายแม้ว

ฝายแม้ว

หากชาวบ้านประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ก็จำเป็นต้องสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการชลประทาน หากเกิดปัญหาน้ำท่วม ก็ต้องสร้างเขื่อนเก็บน้ำป้องกันน้ำท่วม การสร้างเขื่อนจึงถือเป็นเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ดี เป็นทางออกให้กับทั้งปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วมได้? นี่คือกรอบความคิดในยุคหนึ่งของการพัฒนา ที่รัฐพยายามจะยัดเยียดเทคโนโยลีต่าง ๆ มาให้กับชุมชน จนอาจกล่าวได้ เขื่อนเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของการพัฒนาก็ว่าได้ แต่หากถามต่อไปว่า เขื่อนหรือเทคโนโลยีเหล่านั้นมีความเหมาะสมกับสภาพสังคม และสภาพระบบนิเวศในท้องถิ่นมากน้อยอย่างไร คงต้องคิดกันให้หนักขึ้น มากกว่าการคำนวณเงินงบประมาณค่าอิฐค่าปูนที่จะใช้ในการสร้างเขื่อนเป็นแน่... แต่แม้ว่ากระแสเขื่อนจะมาแรง แต่ปัจจุบันก็มีชุมชนหลายแห่งที่ลุกขึ้นมาโต้ตอบวิถีการพัฒนากระแสหลัก โดยใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ความรู้ท้องถิ่นนำมาใช้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ชาวบ้านที่ลุ่มน้ำแม่เตี๊ยะแม่แตะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ก็กำลังฟื้นฟูความคิดดั้งเดิมและเอามาผสมผสานกับความคิดยุคใหม่เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาน้ำแล้ง หรือน้ำท่วมด้วยเหมือนกัน นั่นคือแนวคิดในการสร้างฝายกั้นน้ำ หรือฝายชั่วคราวขนาดเล็กที่เรียกว่า ฝายแม้ว ?ฝายแม้ว? เป็นฝายที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ และเป็นฝายที่ช่วยชะลอความชุ่มชื้น และทำหน้าที่ในการขวางหรือกั้นทางน้ำ ซึ่งปกติมักจะกั้นลำห้วยหรือลำธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำ หรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงให้สามารถกักตะกอนอยู่ได้ และหากช่วงที่น้ำไหลแรงก็สามารถชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง ช่วยกักเก็บตะกอนไม่ให้ไหลลงไปทับถมลำน้ำตอนล่างได้ ทั้งยังเป็นวิธีการอนุรักษ์ดิน-น้ำวิธีหนึ่งด้วยเช่นกัน และนี่ก็เป็นหนึ่งในการป้องกันปัญหาภัยแล้ง และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมร่วมกันของชาวบ้านลุ่มน้ำแม่เตี๊ยะแม่แตะ (ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ราว 92,500 ไร่) โดยมีมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมพิสูจน์ และถอดบทเรียนของภูมิปัญญาท้องถิ่นในครั้งนี้ด้วย ด้านสาเหตุของภัยแล้ง หรือภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นนั้น พี่เดโช ไชยทัพ ผู้ประสานงานมูลนิธิการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวว่า อันดับแรกคงต้องยอมรับกันก่อนว่า เป็นเพราะภาวะการณ์ความเปลี่ยนแปลงของกระแสอากาศ และอุณหภูมิโลก หรือที่เรียกว่า ปรากฎการณ์เอลนีโญ่ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะฝนตกหนักในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และเกิดความแห้งแล้งผิดปกติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในทางกลับกันคือ ปรากฏการณ์ลานิญ่าที่จะทำให้เกิดความแห้งแล้งทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และเกิดฝนตกหนักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นจึงเป็นเหตุให้เกิดภาวะภัยแล้ง และน้ำท่วมนั่นเอง พูดง่าย ๆ คือ หากอีกซีกโลกหนึ่งอุดมไปด้วยน้ำ อีกซีกโลกหนึ่งก็จะขาดแคลนน้ำ และอากาศจะร้อนมาก สลับกันไปนั่นเอง ไม่เพียงเท่านั้น ?จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ก็ส่งผลให้มีการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น อีกสาเหตุหลักก็คือ รูปแบบการผลิตทางการเกษตรและพืชที่คนเราปลูกนั้นเปลี่ยนไป เช่น การใช้น้ำจากแม่น้ำหรือการเจาะน้ำบาดาลในปริมาณมากเพื่อนำไปใช้ในการปลูกลำไย ปลูกหอมก็เป็นสาเหตุหนึ่ง พอมีคนใช้น้ำมากขึ้น น้ำจากห้วย หนอง คลอง บึงใด ๆ ก็มีปริมาณลดลง น้ำจากอีกที่หนึ่งหรือน้ำจากบนดอยก็จะไหลลงไปทดแทน ฉะนั้นปัญหาน้ำแล้งนั้น จึงเป็นระบบที่เชื่อมโยงทั้งคนบนที่สูง และบนพื้นราบด้วย หากน้ำมีน้อยก็จะส่งผลกระทบถึงกันทั้งหมด? พี่เดโชเล่าให้ฟัง อีกทั้งในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม ของทุกปีจะเป็นช่วงที่เกษตรกรในพื้นราบต้องปลูกพืช จึงจำเป็นต้องใช้น้ำในการเพาะปลูกพืชจำนวนมาก ชาวบ้านบนที่ราบสูงก็ขาดแคลนน้ำในหน้าแล้งอยู่แล้ว ฉะนั้นชาวบ้านจึงคิดแก้ปัญหาร่วมกัน แต่ไม่ต้องการจะสร้างเขื่อน จึงพบทางออกว่าคงต้องฟื้นฟูสภาพต้นน้ำ โดยนำฝายแม้วมาช่วยชะลอการไหลของน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ป่านั่นเอง พี่เดโช กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าฝายแม้ว หรือฝายขนาดเล็กที่ทำมาจากธรรมชาตินี้ว่า ชาวบ้านเป็นผู้คิดที่จะทำขึ้นมาเพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่ชาวบ้านประสบมาตลอดมานานหลายปีแล้ว และแม้ว่าก่อนหน้านี้ชาวบ้านจะพยายามแก้ไขปัญหาตลอด แต่ด้วยแนวคิดที่ว่าต้องสร้างเขื่อนขนาดเล็ก ขนาดกลางในพื้นที่สูงยังมีข้อจำกัด ไม่สามารถสร้างได้เพราะด้วยเทคโนโลยีการใช้ปูนสร้างเขื่อนนี้ ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทั้งในการก่อสร้างและการปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมกับการก่อสร้าง ฉะนั้นปัญหานี้จึงไม่ได้รับการแก้ไข ชาวบ้านจึงหันมาแก้ปัญหาด้วยฝายแม้ว ?แนวคิดการทำฝายแม้ว เป็นสิ่งที่ชาวบ้านทำมาก่อนนานแล้ว แต่ด้วยแนวคิดจากการพัฒนากระแสหลักที่มักแก้ไขปัญหาน้ำด้วยเขื่อน เรื่องการทำฝายแม้วก็ถูกลดความสำคัญลงไป ถึงอย่างไรก็ตาม การสร้างฝายแม้วเองก็ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ในแต่ละแห่งด้วย เพราะแม้จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ แต่ก็ต้องดูความเหมาะสมของสภาพป่า ดิน ลำห้วย ด้วยทั้งหมดระบบ? แม้กระนั้นในการบรรเทาภัยแล้ง คงไม่ใช่แค่การทำฝายแม้วเพียงอย่างเดียว ผู้ประสานงานมูลนิธิฯจึงกล่าวเสริมว่า การดูแลรักษาต้นน้ำ วางมาตรการแก้ไขปัญหาบุกรุกพื้นที่ทำกินในเขตต้นน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งยังต้องสร้างข้อตกลงร่วมกันระหว่างชุมชนที่ใช้น้ำร่วมทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ ยกตัวอย่างเช่น ในหน้าแล้งต้องไม่ปลูกพืชเศรษฐกิจซึ่งต้องใช้น้ำปริมาณมาก การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่ กับภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญที่มีส่วนให้การแก้ไขยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เช่น การทำฝายแม้ว ด้วยการวางเพียงกระสอบทรายเพื่อกั้นทางน้ำนั้นเมื่อน้ำไหลหลากลงมา แผงกระสอบทรายที่กั้นอยู่ก็มักจะพังทลายไปตามกระแสน้ำที่เชี่ยวกราด แต่ชาวบ้านสามารถแก้ไขได้ด้วยการปลูกพืช ?ไข่นุ่น? ซึ่งจะหยั่งรากยึดรัดกระสอบกับพื้นดินไว้ได้ ถือว่าช่วยให้กระสอบทรายยึดเกาะกับพื้นได้ดีขึ้น และเป็นแนวกั้นน้ำที่แข็งแรงขึ้นด้วย ปัจจุบันนี้ ชุมชนในเขตลุ่มน้ำฯ ภายใต้การนำของคณะกรรมการลุ่มน้ำแม่เตี๊ยะ-แม่แตะ ก็เดินหน้าเต็มตัวแล้ว โดยมีความพยายามที่จะขยายแนวคิด และสรุปบทเรียนการฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ โดยการจัดทำฝายแม้วที่เหมาะสม อีกทั้งยังนำไปสู่การเรียนรู้ร่วมกันของคนทั้งลุ่มน้ำ โดยสร้างกระบวนการวางแผน ปฏิบัติการ และติดตามการดำเนินการอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งถือเป็นแนวทางการจัดการทรัพยากรร่วมกันโดยขบวนท้องถิ่นอย่างแท้จริง ?ซึ่งในการทำงาน มูลนิธิฯ เป็นเพียงฟันเฟืองตัวหนึ่งเท่านั้นที่ช่วยประสานงาน และจัดกระบวนการ จัดเวทีให้ชาวบ้านได้ร่วมกันถกเถียงแลกเปลี่ยนปัญหา ตลอดจนแสวงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งแท้จริงแล้ว ชาวบ้านเป็นคนที่คิดเอง ทำเอง แก้ปัญหาเอง ร่วมกับหน่วยงาน องค์กรภาครัฐระดับท้องถิ่น ซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่ของกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันจากหลากหลายฝ่าย ทั้งชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) และหน่วยงานของรัฐด้วย? พี่เดโชกล่าวทิ้งท้าย ?ฝายแม้ว? หนึ่งในวิธีแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่คิดค้น และจัดการโดยชุมชนท้องถิ่น ทั้งยังเป็นบทพิสูจน์ และบทสะท้อนในอีกด้านหนึ่งของการพัฒนา เมื่อคำตอบของวิธีการจัดการน้ำในสังคมไทย จะไม่ใช่แค่ ?การสร้างเขื่อน? เสมอไป.
ฝายแม้ว
ฝายชุมชนหรือฝายแม้ว

เป็นทำนบหรือเขื่อนเล็กๆ ที่สร้างกั้นลำธาร เพื่อชะลอการไหลของน้ำ ทำหน้าที่ดักตะกอน เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า ช่วยลดปัญหาไฟป่าในหน้าแล้ง มักใช้วัสดุที่หาได้ในบริเวณนั้นมา สร้าง เช่น หิน ไม้ไผ่ ท่อนไม้ ดิน หรือเสริมความแข็งแรงด้วย ลวดตาข่าย ทราย และปูนซิเมนต์ ฝายแม้วมักสร้างตามลำธารในบริเวณป่าต้นน้ำ และสร้างเป็นระยะตามความลาดชันของพื้นที่ ฝายแม้วที่ใช้งานได้ผลดีมักจะเป็นเครือข่ายของฝายที่มีจำนวนมาก และจะต้องประกอบด้วยคลองไส้ไก่ ที่ช่วยดึงน้ำที่กักเก็บในฝายไหลไปหล่อเลี้ยงผืนป่าด้านข้างตามความลาดชันของพื้นที่ ฝายแม้ว เป็นการสร้างเครือข่ายพันธมิตร โดยการนำชุมชนไปเรียนรู้วิธีจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน แล้วนำความรู้เหล่านั้นมา เพื่อรักษาป่าต้นน้ำของชุมชนให้กลับคืนสู่ความชุ่มชื้น ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เกิดเรียนรู้ การอยู่ร่วมกับป่าอย่างพึ่งพาและผูกพัน

ปัญหาของบ้านสามขา คือเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในหุบเขา ติดกับเทือกเขาที่กั้นระหว่าง จ.ลำปางและ จ.แพร่ ภูเขาดังกล่าวเป็นต้นน้ำที่ผลิตน้ำต้นทุนสำหรับอุปโภค บริโภค ไหลมาหล่อเลี้ยงหมู่บ้านด้านล่าง ป่าถูกทำสัมปทานไม้มา 2 รอบ ในอดีต หลังจากนั้นในระยะเวลา 30 ปี ป่าเริ่มฟื้นตัวแต่ปริมาณน้ำที่ได้รับจากผืนป่านั้นลดลง และเริ่มขาดแคลน เมื่อความชุ่มชื้นลดน้อยลงปัญหาไฟป่าก็เข้ามาทำลายวงจรการฟื้นตัวของป่า เกิดไฟป่ารุนแรงทุกปี ชุมชนเองก็ตระหนักถึงความสำคัญของการฟื้นสภาพป่าเพื่อให้ได้มาซึ่งความอุดมสมบูรณ์เหมือนในอดีต

TOP

เพิ่มหัวข้อใหม่
คุณต้องการไปที่กระดานข่าว ...